รถยนต์สตาร์ทไม่ติด สาเหตุเกิดจากอะไรบ้าง

รถยนต์สตาร์ทไม่ติด สาเหตุเกิดจากอะไรบ้าง

ปัญหารถยนต์สตาร์ทไม่ติด เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ชวนหงุดหงิดกวนใจและยังทำให้เสียเวลาสำหรับใครหลายๆ คนอีกด้วย เพราะเหตุนี้เองไม่ว่าใครก็ต่างไม่ชอบด้วยกันทั้งนั้น ถ้าหากเกิดปัญหารถสตาร์ทไม่ติดในช่วงวันหยุดพักผ่อนที่ตั้งใจไว้จะไปเที่ยวชิลล์สังสรรค์กับเพื่อนๆ หรือครอบครัวให้หายเหนื่อยจากการทำงานอย่างหนักตลอดทั้งสัปดาห์ หรือแม้จะเป็นเช้าวันจันทร์อันแสนวุ่นวายที่จะต้องรีบไปทำให้ให้ทันเวลา หากคุณสตาร์ทรถสุดที่รักไม่ติดขึ้นมา นอกจากจะเสียเวลาแล้วอาจะทำให้ต้องเสียเงินซ่อมกันอีกด้วย ซึ่งถ้าหากว่าคุณใช้รถอยู่เป็นประจำ และมีการบำรุงรักษาตามระยะทางอย่างเหมาะสม โอกาสที่จะเกิดปัญหานี้ก็จะน้อยลงไปด้วย

เพราะฉะนั้นทางทีมงานของเราจะพาคุณไปรู้จักกับต้นตอหลักที่เป็นต้นตอของปัญหา รถยนต์สตาร์ทไม่ติด ว่ามีสาเหตุมาเกิดขึ้นจากสาเหตุอะไรได้บ้าง และบางครั้งสาเหตุก็อาจมาจากสาเหตุเล็ก ๆ หรือบางทีก็อาจเป็นปัญหาใหญ่ที่กำลังเกิดกับรถยนต์ของคุณทำให้คุณต้องรีบแก้ไขโดยด่วน ฉะนั้นไปเช็คกันเลยว่าสาเหตุอาการรถยนต์สตาร์ทไม่ติดสามารถเกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

1.แบตเตอรี่เสื่อม

โดยหลักการทั่วไปอายุเฉลี่ยของการใช้งานแบตเตอรี่รถยนต์จะมีอายุอยู่ที่ประมาณ 2 ปี ถ้าหากรถยนต์ของคุณใช้งานแบตเตอร์มาอย่างยาวนานโดยที่ไม่เคยได้เปลี่ยนแบตเตอรี่ของรถยนต์ใหม่เลยตามระยะเวลาที่ได้แนะนำไปในข้างต้นแล้ว ก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รถยนต์ของคุณเกิดอาการสตาร์ทไม่ติด สตาร์ทแล้วเสียงเงียบ หรือสตาร์ทแล้วไม่มีไฟ นั่นเอง แต่คุณสามารถเช็คได้โดยวิธีการดูจากไฟที่แสดงสถานะบนหน้าปัดรถยนต์ เมื่อเสียบกุญแจเข้าไปและหมุนไปครึ่งรอบ ถ้าหากไฟแสดงสถานะของแบตเตอรี่ไม่ติด ก็ให้สันนิษฐานไว้ได้เลยว่าสาเหตุที่รถยนต์สตาร์ทไม่ติดอาจเกิดจากแบตเตอรี่หมดหรือแบตเตอร์รี่เสื่อมสภาพแล้วก็เป็นไปได้

สำหรับสาเหตุทั่วไปที่เกิดจากแบตเตอรี่เสื่อมนั้น มักจะเริ่มต้นจากการสตาร์ทรถติดยากในช่วงเช้า หรือหลังจากที่มีการจอดรถทิ้งไว้นาน ๆ ซึ่งบางครั้งก็อาจจะเป็นการจอดค้างแบบข้ามคืน หรือไม่ก็เป็นลักษณะของการจอดระหว่างวันเมื่อไปทำงานหรือไปเรียน และในกรณีที่แบตเตอร์รี่เสื่อมหนักมาก ๆ ก็จะทำให้สตาร์ทรถไม่ติดเลยก็เป็นไปได้เช่นกัน ถ้าหากอาการข้างต้นกำลังเกิดขึ้นกับรถยนต์ของคุณนั่นก็หมายความว่าถึงเวลาที่คุณควรจะเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ของคุณได้แล้วนั่นเอง ถ้าหากคุณไม่เปลี่ยนปัญหาที่จะทำให้คุณอารมณ์เสียไปทั้งวันจะมาก่อกวนคุณอย่างแน่นอน

2.ไดชาร์จเสื่อม

ถ้าหากว่าเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ใหม่เรียบร้อยแล้ว แต่ปัญหารถยนต์สตาร์ทไม่ติด เงียบ ยังไม่หายไป หรืออาจจะยังมีคงมีอาการสตาร์ทรถติดยากกว่าปกติยังไม่หายไป ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าไดชาร์จของรถคุณอาจมีปัญหา เนื่องจากไดร์ชาร์จคืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่แบตเตอรี่ของรถยนต์ และคอยสร้างกระแสไฟฟ้าในขณะที่รถยนต์ทำงาน เมื่อไดชาร์จเสื่อมก็หมายความว่าไม่สามารถจ่ายไฟเข้าสู่แบตเตอรี่ได้ นั่นจึงเป็นปัญหาให้รถสตาร์ทไม่ติดนั่นเอง

ไดชาร์จเสื่อม จะมีอาการหรือลักษณะที่คล้ายกับแบตเตอรี่เสื่อม แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ อาจจะมีปัญหาเครื่องยนต์ดับไปแบบดื้อ ๆ ในขณะที่กำลังขับอยู่นั่นเอง ซึ่งคุณสามารถเช็คอาการไดชาร์จเสื่อมได้โดยการถอดขั้วแบตเตอรี่ออกหนึ่งฝั่ง หลังจากนั้นสตาร์ทรถทิ้งไว้แล้วซักระยะหนึ่ง ถ้าหากว่ารถยนต์ของคุณกระตุกหรือดับ นั่นหมายความว่าไดชาร์จรถยนต์ของคุณเสื่อมสภาพแล้วแน่นอน

ในกรณีที่ไดชาร์จเสียหรือชำรุดเลยนั้น และเราได้ทำการพ่วงแบตเตอรี่กับรถยนต์คันอื่นเพื่อช่วยสตาร์ทแล้ว แต่ก็ยังสตาร์ทไม่ติดเช่นเดิม สาเหตุที่ทำให้ไดชาร์จเสียหลักๆ เลยมักเกิดจาก สายไฟที่ต่อไปยังไดสตาร์ทหลุด, ฟิวส์ไดสตาร์ทขาด หรือแปรงถ่านที่อยู่ในไดสตาร์ทอาจจะหมด เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีอีกหลายอาการที่สามารถส่งสัญญาณบอกให้คุณรู้ล่วงหน้าว่าไดชาร์จเสีย นอกเหนือจากข้างต้นที่ได้กล่าวมาแล้ว สาเหตุที่รถยนต์ของคุณสตาร์ทไม่ติดอาจพบว่า แอร์ไม่เย็นโดยไม่มีสาเหตุ หรืออยู่ ๆ ไฟหน้าไม่ค่อยสว่างเหมือนเดิม ทางออกเพียงหนึ่งเดียวที่คุณจะทำได้คือการเรียกบริการรถลากมารับให้ไปซ่อมที่ศูนย์บริการเกี่ยวกับรถยนต์ หรือ อู่รถยนต์

3.มอเตอร์สตาร์ทมีปัญหา

มอเตอร์สตาร์ทหรือมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ไดสตาร์ท” ในกรณีที่ได้ลองหาทางแก้ไขตามเบื้องต้นทุกกรณีแล้ว  ทั้งพ่วงแบตเตอรี่กับรถยนต์คันอื่นหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่แล้วก็ตาม รถยนต์ของคุณก็ยังสตาร์ทไม่ติดอีกเช่นเดิม อีกหนึ่งปัญหาที่อาจเกิดขค้นได้ก็คือ มอเตอร์สตาร์ทรถยนต์ของคุณอาจมีปัญหา ซึ่งมีวิธีที่คุณสามารถตรวจสอบปัญหานี้เบื้องต้นด้วยตัวเองได้ง่าย ๆ โดยการเช็คที่แผงหน้าปัดไฟ ซึ่งถ้าหากไฟแบตเตอรี่ขึ้นตามปกติ แต่สตาร์ทรถแล้วมีเสียงแชะ ๆ แต่สตาร์ทรถไม่ติด ก็มีความเป็นไปได้สูงแล้วว่า มอเตอร์สตาร์ทรถของคุณกำลังมีปัญหา

โดยปกติแล้วจะสาเหตุหลัก มักเกิดจากการสตาร์ทรถที่ชอบบิดกุญแจแช่ค้างเอาไว้ ซึ่งจะส่งผลให้ไดสตาร์ทไหม้ และอีกหนึ่งสาเหตุก็คือ การขับรถลุยน้ำท่วม หรือการกระทำการใดๆ ก็ตามให้น้ำเข้าไปยังไดสตาร์ท ซึ่งจะทำให้แปรงถ่าน (Carbon Brush) ขัดตัวเพราะอุปกรณ์ภายในเกิดสนิมจนทำให้ไดสตาร์ทไม่หมุนนั่นเอง หรืออาจเกิดจากสาเหตุที่สามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ อย่างการที่สายไฟที่ต่อไปยังสตาร์ทมอเตอร์ขาดหรือหลุดออกจากจุดต่อ หรือ แปรงถ่านหมด

3.ปั๊มติ๊กเสีย

ปั๊มติ๊กทำหน้าที่ดูดน้ำมันจากตัวถังไปสู่เครื่องยนต์ เมื่อปั๊มติ๊กเสียหรือเสื่อมสภาพลงจะทำให้ไม่สามารถจุดระเบิดเครื่องเครื่องยนต์ได้นั่นเอง แต่ปั๊มเชื้อเพลิงลักษณะนี้ จะใช้งานกับรถยนต์รุ่นเก่าซึ่งในปัจจุบันหาได้ยากแล้ว เพราะรถรุ่นใหม่ที่ถูกผลิตออกมา จะใช้ปั๊มเชื้อเพลิงแบบขับด้วยเฟืองและมอเตอร์ไฟฟ้า โดยจะประกอบเป็นชุดเดียวกันกับชุดลูกลอยวัดระดับน้ำมัน ซึ่งติดตั้งอยู่ในถังน้ำมันเชื้อเพลิงมาตั้งแต่ต้นปัญหารถสตาร์ทไม่ติดหรือน้ำมันไม่มา สาเหตุหลักๆ มักเกิดจากอุปกรณ์ชิ้นนี้เสียหาย

ในส่วนสาเหตุที่ทำให้ปั๊มติ๊กเสียหรือเสื่อมสภาพ มักเกิดจากการปล่อยให้ไฟเตือนน้ำมันโชว์อยู่เป็นประจำ เพราะระดับน้ำมันเชื้อเพลิงเหลือน้อยเกินไป ทำให้ปั๊มติ๊กไม่สามารถดูดน้ำมันขึ้นมาได้ จึงต้องดูดเอาอากาศเข้ามาแทน จนปั๊มเชื้อเพลิงเสียหายไปในที่สุด จึงเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้รถยนต์สตาร์ทไม่ติดนั่นเอง

4.รถสตาร์ทติดยาก อาจเพราะขั้วแบตเตอรี่สกปรก

ปัจจัยที่คนส่วนใหญ่มักนึกถึงอันดับแรกๆ เลยก็คือปัญหาแบตเตอรี่เสื่อม แต่ยังมีอีกหลายสาเหตุที่สามารถเกิดขึ้นได้ และคุณอาจไม่เคยคิดถึงมันด้วยซ้ำ นั่นคือ “ขั้วแบตเตอรี่สกปรก” ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการใช้ รถยนต์โดยไม่ได้ดูแลรักษาแบตเตอรี่เลยจนแบตเตอร์รี่เก่าเนื่องจากถูกใช้งานนาน จุงทำให้จะเกิด “คราบขี้เกลือ” ซึ่งมีลักษณะเป็นคราบสีขาว ปนฟ้าปนเขียวเกาะอยู่ที่บริเวณขั้วแบตเตอรี่ ซึ่งจะทำให้กระแสไฟฟ้าที่ส่งไปยังส่วนอื่น ๆ ส่งไปได้ไม่สะดวกทั่วถึงเท่าที่ควร และเมื่อกระแสไฟฟ้าไหลติดขัด จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้รถยนต์สตาร์ทไม่ติด

วิธีการแก้ไขขั้วแบตเตอรี่สกปรกสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวคุณเอง เพียงใช้น้ำโซดาและแปรงสีฟันค่อย ๆ ขัดออก และเมื่อขัดเสร็จเรียบร้อยแล้วขั้วแบตเตอร์รี่ก็จะสามารถส่งกระแสไฟฟ้าไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้นทำให้รถยนต์กลับมาสตาร์ทติดได้ง่ายเช่นเดิม

5.อุปกรณ์ที่ควรเก็บมีไว้ในรถยนต์

ปัญหารถยนต์สตาร์ทติดยาก หรือสตาร์ทไม่ติด เป็นเหตุการ์ณที่อาจเกิดขึ้นไม่บ่อยนักกับรถยนต์ของคุณ ถ้าหากคุณหมั่นเช็คสภาพรถยนต์ตามระยะทางเป็นอย่างดี แต่การมีตัวช่วยอย่าง “สายพ่วงแบตเตอรี่” เก็บไว้ในรถยนต์ของคุณ ก็สามารถช่วยให้คุณสบายใจได้ในยามลำบาก เพราะในแต่ละวันที่คุณใช้งานรถยนต์ไปเรื่อย ๆ ถึงแม้จะไม่มีอาการที่จะทำให้เกิดปัญหา แต่ในความจริงแล้ว รถยนต์และชิ้นส่วนต่าง ๆ จะเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาและการใช้งาน การมีอุปกรณ์สำหรับใช้แก้ไปัญหาเบื้องต้น ล้วนเป็นประโยชน์อย่างมากเมื่อรถของคุณเกิดปัญหาแบบไม่ทันได้เตรียมตัว

สายพ่วงแบตเตอรี่เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับช่วยสตาร์ทรถ โดยต่อสายพ่วงเข้ากับรถคันหนึ่งเข้ากับรถอีกคันที่แบตเตอรี่ยังใช้งานได้ปกติ เพื่อทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าหมุนเวียนเข้าไปในแบตเตอรี่ ทำให้รถยนต์สามารถสตาร์ทรถติดได้ ซึ่งถ้าหากรถยนต์มีปัญหาเกี่ยวกับการสตาร์ทไม่ติด ให้ลองแก้ไขเบื้องต้นด้วยการพ่วงแบต และยังคงสตาร์ทไม่ติด คุณก็สามารถแจ้งกับช่างเพื่อให้ช่าง ประเมินปัญหาของรถยนต์ของคุณได้ง่ายขึ้น

 

โรงเรียนสอนขับรถศรีสะเกษ